เกร็ดความรู้

คู่มือนายจ้าง... เมื่อถูก "ลูกจ้าง" โกง (จัดการเด็ดขาด ปลอดภัย ไม่โดนฟ้องกลับ)

โพสต์เมื่อ: 26 October 2026


คู่มือนายจ้าง... เมื่อถูก "ลูกจ้าง" โกง (จัดการเด็ดขาด ปลอดภัย ไม่โดนฟ้องกลับ)
เจ้าของธุรกิจหลายท่านอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่อยากเจอ คือพนักงานที่ไว้ใจกลับนำทรัพย์สิน เงิน หรือสินค้าของบริษัทไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าพฤติการณ์จะเข้าข่ายความผิดทางอาญาฐานใด นี่คือข้อแนะนำเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

???? 5 ขั้นตอนเมื่อจับได้
1. เก็บและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
2. เรียกสอบสวน และหากเป็นไปได้ให้ลูกจ้างเขียนและเซ็นรับสารภาพด้วยตัวเอง
3. แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวคนร้าย เพื่อป้องกันการขาดอายุความ ในกรณีที่การกระทำความผิดนั้นเป็นเพียงความผิดฐานยักยอกหรือฉ้อโกง
4. ระวังการทำสัญญาประนีประนอม ไม่ควรทำสัญญาหรือข้อตกลงที่ยอมให้ลูกจ้างผ่อนชำระเฉยๆ เพราะอาจทำให้คุณเสียเปรียบ เปลี่ยนจาก "คดีอาญา" เหลือเพียง "คดีแพ่ง"
5. ออกหนังสือเลิกจ้างให้ถูกต้อง

ทริคจากทนาย: หากต้องการทำข้อตกลงเพื่อให้โอกาสกลับตัว ต้องระบุชัดเจนว่า "ลูกจ้างตกลงชำระเงิน...บาท เพื่อเยียวยาความเสียหาย ทั้งนี้ นายจ้างขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินคดีกับลูกจ้างจนกว่าลูกจ้างจะชำระเงินครบตามที่ตกลงแล้ว นายจ้างจึงจะไม่ติดใจดำเนินคดี"
________________________________________
นอกจากสิ่งที่ต้องทำในส่วนอาญาและแพ่งแล้ว สิ่งที่นายจ้างต้องจัดการควบคู่กันไปคือ "ด้านแรงงาน" ซึ่งมีกฎเกณฑ์เฉพาะที่ต้องทำให้ถูกต้อง มิเช่นนั้นแทนที่จะเป็นฝ่ายเสียหาย นายจ้างอาจกลายเป็นฝ่ายถูกฟ้องกลับได้!

เรื่องสำคัญ 3 เรื่องที่นายจ้างต้องรู้:
⚖️ 1. กรณีใดบ้างที่เลิกจ้างได้ทันที โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าตกใจ ?
นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) ได้ในกรณีที่ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 119

⚠️ ข้อควรระวังที่สำคัญ:
เหตุผลต้องชัดเจน: เหตุที่อ้างใน "หนังสือเลิกจ้าง" ต้องตรงกับข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ หากนายจ้างออกหนังสือเลิกจ้างโดยไม่ระบุเหตุผล หรืออ้างเหตุผลอื่นเพราะความเกรงใจ หากต่อมาถูกลูกจ้างฟ้องร้องเป็นคดี นายจ้างจะไม่สามารถยกข้อต่อสู้ถึงสาเหตุที่เลิกจ้างที่แท้จริงได้เพราะขัดแย้งกับหนังสือเลิกจ้าง

ระวังข้อหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม: ลูกจ้างยังมีสิทธิไปศาลแรงงานฟ้องว่านายจ้าง "เลิกจ้างไม่เป็นธรรม" (ค่าชดเชยกับการเลิกจ้างที่เป็นธรรมเป็นคนละประเด็นกัน แม้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ศาลแรงงานยังสามารถสั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือจ่ายค่าเสียหายได้หากเห็นว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรมกับลูกจ้าง) แต่นายจ้างก็มีสิทธิยกข้อต่อสู้เรื่องการทุจริตขึ้นสู้เพื่อไม่ต้องรับผิดได้ นายจ้างจึงต้องจัดทำหนังสือเลิกจ้างให้ถูกต้องเพื่อใช้เป็นหลักฐาน

???? 2. "เงินประกันการทำงาน" ยึดได้เลยหรือไม่ ?
กรณีที่ตำแหน่งงานมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน เช่น สมุห์บัญชี แคชเชียร์ ผู้ดูแลคลังสินค้า พนักงานขับรถ หรือพนักงานขายที่เก็บเงินเอง (ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 10) นายจ้างมีสิทธิเรียกเงินประกันการทำงานไว้ล่วงหน้า

เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นจริง นายจ้างไม่สามารถยึดเงินประกันไว้ได้ทันทีตามใจชอบ สิ่งที่ต้องพิจารณาคือต้องพิสูจน์มูลค่าความเสียหายที่แท้จริงก่อนนำไปหักกลบกับเงินประกัน จะหักเกินความเสียหายจริงไม่ได้ แต่หากความเสียหายมีมากกว่าเงินประกัน นายจ้างสามารถไปฟ้องศาลแพ่งหรือเรียกไปในคดีอาญาในส่วนที่ขาดได้

เงินประกันไม่ใช่ค่าปรับ ดังนั้นจึงหักได้เท่าที่ความเสียหายเกิดขึ้นจริงเท่านั้น ส่วนที่เหลือต้องคืนลูกจ้างพร้อมดอกเบี้ยภายใน 7 วัน นับจากวันที่พ้นสถานะความเป็นลูกจ้าง

(ทริคจากทนาย: ควรจัดทำบันทึกการหักเงินประกันเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุฐานการคำนวณความเสียหายอย่างชัดเจน และเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน)

???? 3. ประกาศพ้นสภาพการเป็นพนักงานอย่างไร ให้ปลอดภัย ?
หลายบริษัทต้องการแจ้งคู่ค้าเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเนื่อง แต่การประกาศที่ไม่ระมัดระวังอาจนำไปสู่ความรับผิดฐานหมิ่นประมาท หรือผิดกฎหมาย PDPA ได้ (แม้ว่าลูกจ้างจะทำผิดจริงก็ตาม)

❌ สิ่งที่ห้ามทำ: ไม่ควรระบุถึงเหตุผลหรือรายละเอียดของการกระทำผิด โดยเฉพาะคำที่ชี้นำหรือกล่าวหา เช่น "ทุจริต", "โกง", "ขโมย" ในประกาศ
✅ วิธีที่ปลอดภัย: แจ้งเฉพาะข้อเท็จจริงที่จำเป็น เช่น
"นาย ก. พ้นสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ ... เป็นต้นไป การกระทำหรือการทำธุรกรรมใดๆ ของบุคคลดังกล่าวภายหลังจากวันที่ระบุ บริษัทจะไม่มีส่วนรับผิดชอบทั้งสิ้น"
และควรจำกัดช่องทางการประกาศให้แคบที่สุด โดยทำเป็นหนังสือเวียนส่งเฉพาะคู่ค้าที่เกี่ยวข้องโดยตรง แทนการประกาศลงโซเชียลสาธารณะ

???? สรุป: การรับมือกรณีลูกจ้างทุจริต ไม่ใช่เพียงเรื่องดำเนินคดีอาญา แต่นายจ้างต้องบริหารจัดการทั้ง 3 ด้าน ทั้งการเลิกจ้าง การจัดการเงินประกัน และการสื่อสารต่อสาธารณะ ไปพร้อมกันอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องตกเป็นฝ่ายรับผิดเสียเอง ทั้งที่เป็นฝ่ายเสียหายมาตั้งแต่ต้น
________________________________________
บทความนี้เป็นการให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ

การทำธุรกิจต้องมีเมตตา แต่กับพนักงานที่ทุจริตต้องใช้ความเด็ดขาดทางกฎหมาย หากท่านกำลังเผชิญปัญหาลักษณะนี้ ไม่รู้จะร่างหนังสือเลิกจ้างอย่างไร หรือต้องการฟ้องร้องดำเนินคดี รวบรวมหลักฐานทั้งหมดแล้วมาปรึกษาเราได้ ให้ WE R ONE Lawfirm ช่วยวางรูปคดี ร่างเอกสารทางกฎหมายที่รัดกุม และปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทคุณอย่างถึงที่สุด ????
________________________________________
✨ หากเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ กรุณากด Like กด Share เป็นกำลังใจให้ทนาย และหากมีข้อสอบถามเพิ่มเติม สามารถ Comment หรือส่งข้อความ Inbox มาปรึกษาได้ครับ
--------------------------------------------------------
Line : @werone โทร : 083-9851829
บทความโดย ทนายธวัชชัย บุตรศรีคุ้ย