เกร็ดความรู้

ทายาททำอย่างไรเมื่อ "ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์" หรือ “ฮุบสมบัติ”

โพสต์เมื่อ: 26 October 2026


ทายาททำอย่างไรเมื่อ "ผู้จัดการมรดกยักยอกทรัพย์" หรือ “ฮุบสมบัติ”
หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ พ่อแม่จากไป ทิ้งที่ดินและทรัพย์สินไว้ให้ลูกๆ แต่พอถึงเวลาแบ่งทายาทคนหนึ่งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดกกลับโอนที่ดินเป็นของตัวเองไปเงียบๆ หรือโอนเงินไปใช้คนเดียว หรือแอบเอาที่ดินมรดกไปจดจำนองแล้วเอาเงินไปใช้คนเดียว (คำพิพากษาฎีกาที่ 5902/2567) ...
ตามกฎหมายกำหนดว่า “เมื่อบุคคลใดตาย มรดกของบุคคลนั้นตกทอดแก่ทายาท” (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599)
ผลทางกฎหมายคือทายาทได้สิทธิทันที แต่ในการแบ่งปันทรัพย์มรดกบางประเภทเช่น การโอนที่ดิน การเบิกเงินจากบัญชีธนาคาร การโอนรถยนต์ นั้น ยังมีขั้นตอนทางกฎหมายคือต้องอาศัยคำสั่งศาลในการแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจะดำเนินการให้ได้
เมื่อศาลแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกแล้ว บุคคลดังกล่าวย่อมมีหน้าที่ที่จะต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้กับทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกทุกคน (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1719)
การเป็นผู้จัดการมรดกไม่ใช่ว่าผู้จัดการมรดกเป็นเจ้าของมรดกแต่เพียงผู้เดียว แต่ผู้จัดการมรดกเป็นเพียงผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาทเท่านั้น
แต่ในความเป็นจริง มักจะเกิดเหตุการณ์ที่ผู้จัดการมรดกทำผิดหน้าที่ ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินที่เป็นมรดกของผู้ตายไปเป็นของตัวเอง เอาสมบัติไปขายแล้วเก็บเงินไว้คนเดียว หรือเบิกเงินในบัญชีธนาคารมาใช้คนเดียว
การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของผู้จัดการมรดก และเป็นการเบียดบังยักยอกทรัพย์มรดก ซึ่งเป็นความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา ทนายขอสรุปข้อกฎหมายและแนวทางรับมือแบบเข้าใจง่ายๆ ดังนี้ครับ
⚖️ 1. ผู้จัดการมรดกโกง ผิดกฎหมายข้อหาอะไร? โทษหนักแค่ไหน?
ผู้จัดการมรดกคือผู้ที่ได้รับคำสั่งศาลให้มาจัดการทรัพย์สินของผู้ตาย หากเบียดบังเอาทรัพย์มรดกไปเป็นของตนเองโดยทุจริต จะมีความผิดฐาน "ยักยอกทรัพย์ในฐานะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งของศาล" (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 – 354 กล่าวโดยย่อ มาตรา 352 คือยักยอกธรรมดา มาตรา 353 คือยักยอกโดยผู้ได้รับมอบหมายจัดการทรัพย์สิน และมาตรา 354 คือโทษหนักขึ้นเพราะเป็นผู้จัดการตามคำสั่งศาล ) กฎหมายมองว่าเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจและทำผิดหน้าที่ของตนตามคำสั่งศาล จึงมีโทษหนักกว่าการยักยอกทรัพย์ธรรมดา ข้อหานี้มีโทษ จำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ!
✨2. ทายาทจะรู้ได้อย่างไรว่า ผู้จัดการมรดกโกง
โดยส่วนใหญ่ในคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกมักจะใส่รายการทรัพย์มรดกไว้ในคำร้อง ในกรณีที่สงสัยทายาทสามารถขอตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกนั้นได้ เช่น ยื่นขอตรวจสอบคัดสำเนาโฉนดที่สำนักงานที่ดิน เป็นต้น
ในส่วนของบัญชีธนาคารนั้น โดยหลักปฏิบัติ ธนาคารส่วนใหญ่มักจะไม่เปิดเผยข้อมูลโดยง่าย จึงอาจต้องร้องต่อศาลเพื่อขอออกหมายเรียกรายการเดินบัญชีเพื่อมาตรวจสอบ แต่หากท่านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมอยู่แล้วสามารถใช้คำสั่งศาลที่มีอยู่ขอข้อมูลจากธนาคารได้โดยตรง
⏰ 3. ทายาทต้องรีบดำเนินการภายใน 3 เดือน
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก เป็น "ความผิดอันยอมความได้" ดังนั้นทายาทซึ่งเป็นผู้เสียหายจะต้อง "แจ้งความร้องทุกข์ หรือฟ้องศาล ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด”
⚠️ทายาทหลายคนมัวแต่เกรงใจความเป็นญาติพี่น้อง หรือมัวแต่รอเจรจาเพื่อหวังให้คนทำผิดยอมเอามาคืนแต่โดยดี ผลัดไปผลัดมาจนเกิน 3 เดือน... คดีอาญาขาดอายุความทันที เข้าทางคนโกงทันที
คำแนะนำของทนายคือให้ไปแจ้งความไว้ก่อน หากจะเจรจาค่อยทำภายหลังก็ย่อมทำได้ เพราะเป็นคดีที่ยอมความได้ หากทุกฝ่ายตกลงกันได้ค่อยไปถอนแจ้งความก็สามารถทำได้
????️ 4. ทายาทต้องทำอย่างไร เพื่อทวงมรดกคืน?
หากมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้จัดการมรดกทุจริต ทนายแนะนำให้ดำเนินการดังนี้ครับ:
• ฟ้องคดีอาญา: ทายาทสามารถยื่นฟ้องเป็นคดีอาญาข้อหายักยอกทรัพย์ และเรียกร้องให้คืนเงินหรือทรัพย์มรดก (ส่วนแพ่ง) เข้าไปในคดีเดียวกันได้เลย
• ฟ้องเพิกถอนนิติกรรม: กรณีที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกเป็นของตนเอง ให้ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมไปด้วย
ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกมีการโอนทรัพย์มรดกไปยังบุคคลภายนอก การจะฟ้องเพิกถอนนิติกรรมนั้นจะต้องพิจารณาด้วยว่าบุคคลภายนอกนั้นกระทำการโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือไม่ ซึ่งกรณีที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์ให้คนอื่นต่อไปแล้วนี้ การฟ้องเพิกถอนจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินเป็นรายกรณี
• ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกและขอตั้งผู้จัดการมรดกแทนที่: ทายาทควรยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอ "ถอดถอน" ผู้จัดการมรดกคนเดิมออก และขอให้ศาลตั้งทายาทคนอื่นมาทำหน้าที่แทน แต่ทั้งนี้ต้องดูว่ายังมีทรัพย์มรดกเหลือให้จัดการอีกหรือไม่ เนื่องจากหากทรัพย์มรดกได้ถูกยักย้ายถ่ายเทไปหมดแล้ว การถอนและตั้งผู้จัดการมรดกใหม่ก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์เพราะไม่เหลือทรัพย์มรดกให้จัดการแล้ว
???? คำแนะนำจากทนาย:
กรณีเจ้ามรดกมีทายาทหลายคน ทายาทอาจขอให้ศาลตั้งทายาทตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยป้องกันปัญหาผู้จัดการมรดกโกงได้เป็นอย่างดี
สมบัติของครอบครัวที่พ่อแม่หามาทั้งชีวิต อย่าปล่อยให้คนโกงฮุบไปคนเดียว หากคุณเป็นทายาทที่กำลังถูกเอาเปรียบ หรือสงสัยว่าผู้จัดการมรดกกำลังยักย้ายถ่ายเททรัพย์มรดก ส่งมาให้ทีมทนายมืออาชีพของเราตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สิน และดำเนินการนำทรัพย์มรดกกลับมาแบ่งให้แก่ทายาทตามที่ควรจะเป็นได้เลยครับ
________________________________________
คำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ
ฎ.5902/2567 ผู้จัดการมรดกแอบนำที่ดินมรดกไปจดจำนองเพื่อค้ำประกันหนี้ตัวเอง แม้จะยังไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ แต่ภาระจำนองผูกพันทายาททุกคน ถือว่ากระทำผิดหน้าที่โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบมาตรา 354, 83
________________________________________
✨ หากเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ กรุณากด Like กด Share เป็นกำลังใจให้ทนาย และหากมีข้อสอบถามเพิ่มเติม สามารถ Comment หรือส่งข้อความ Inbox มาปรึกษาได้ครับ
Line : @werone โทร : 083-9851829
บทความโดย ทนายธวัชชัย บุตรศรีคุ้ย